ขนมผสมคาเฟอีน กินมากอันตราย ทำลายหลายระบบ

ขนมผสมคาเฟอีน: กินมากอันตราย ทำลายหลายระบบ

 

 

“คาเฟอีน” (Caffeine)เป็นสารธรรมชาติที่พบในพืชหลายชนิด โดยเฉพาะในเมล็ดกาแฟ ใบชา ผลโกโก้ และผลโคล่ามีคุณสมบัติกระตุ้นประสาทส่วนกลางจึงทำให้รู้สึกสดชื่น กระปรี้กระเปร่า และไม่ง่วงนอน จึงมักถูกนำมาใช้เป็นวัตถุดิบในการผลิตเครื่องดื่มและผสมลงไปในอาหาร โดยเฉพาะในน้ำอัดลมและขนมหวาน เช่น ช็อกโกแล็ต ไอศกรีมเค้กคุกกี้ลูกอมนม และขนมรสกาแฟต่างๆ ซึ่งล้วนแต่เป็นอาหารที่เด็กๆ ชอบด้วยกันทั้งนั้นจึงเป็นผลทำให้เด็กยุคใหม่มีพฤติกรรมการบริโภคที่ได้รับสารคาเฟอีนไปโดยไม่รู้ตัว

 

เนื่องจากคาเฟอีนไม่ใช่สารอาหาร จึงเป็นสิ่งที่ไม่จำเป็นต่อร่างกาย โดยเมื่อร่างกายได้รับคาเฟอีนเข้าไปก็จะถูกดูดซึมในลำไส้เล็กและถูกขับออกมาทางปัสสาวะซึ่งมักจะมีแคลเซียมปะปนออกมาด้วย ดังนั้น เด็กๆ ที่ได้รับคาเฟอีนจากการบริโภคเครื่องดื่มและขนมที่มีส่วนผสมของคาเฟอีนเข้าไปในปริมาณมากหรือบ่อยๆ จึงส่งผลเสียต่อกระดูกและโครงสร้างของร่างกาย ทั้งยังส่งผลกระทบต่อระบบต่างๆ ในร่างกายอีกด้วย คือ

 

ระบบประสาทส่วนกลาง: เพราะคาเฟอีนมีฤทธิ์กระตุ้นประสาท การได้รับคาเฟอีนในปริมาณที่พอดีจะทำให้ประสาทตื่นตัว รู้สึกสดชื่น และหายอ่อนเพลียได้ชั่วระยะเวลาหนึ่งแต่ถ้าได้รับในปริมาณที่มากเกินไป หรือราว200-500 มิลลิกรัมต่อครั้ง ก็จะทำให้มีอาการปวดศีรษะ เครียด มือสั่น กระวนกระวายและนอนไม่หลับสำหรับเด็กที่บริโภคคาเฟอีนติดต่อกันเป็นเวลานานๆ ก็จะส่งผลกระทบต่อระบบประสาทและความทรงจำ ทำให้มีสมาธิสั้น และสติปัญญาถดถอย

 

ระบบการไหลเวียนเลือด: เพราะผลข้างเคียงของคาเฟอีนคือทำให้ใจสั่น หัวใจเต้นเร็ว จึงทำให้ความดันเลือดเพิ่มสูงขึ้นประมาณ 5-10 มิลลิเมตรปรอทดังนั้น หากได้รับบ่อยๆ นอกจากจะทำให้เกิดการทนต่อฤทธิ์ของคาเฟอีนแล้ว เด็กๆ ที่ได้รับคาเฟอีนในปริมาณที่สูงขึ้นเรื่อยๆ ยังจะทำให้เกิดอาการกระสับกระส่าย คลื่นไส้ อาเจียน ปวดท้อง และปัสสาวะบ่อยขึ้นจึงเป็นปัจจัยเสี่ยงของภาวะขาดน้ำและของโรคกระดูกพรุนได้ในอนาคต

 

ระบบทางเดินอาหาร: เพราะฤทธิ์ของคาเฟอีนจะไปกระตุ้นให้มีการหลั่งกรดและน้ำย่อยในกระเพาะอาหารเพิ่มมากขึ้นจึงส่งผลทำให้มีอาการปวดท้อง แสบท้อง ซึ่งอาจเป็นสาเหตุของโรคกระเพาะอาหาร หรือโรคกรดไหลย้อนได้

 

อย่างไรก็ดี แม้ผลการสำรวจเกี่ยวกับปริมาณคาเฟอีนเฉลี่ยที่เด็กได้รับจากการบริโภคขนมและเครื่องดื่มในแต่ละวันจะยังไม่มากจนก่อให้เกิดอันตรายต่อสุขภาพ แต่คาเฟอีนก็เป็นสาเหตุให้ผู้บริโภคติดการดื่มกินจนเป็นนิสัย ซึ่งน้ำอัดลมและขนมดังกล่าว ล้วนมีไขมันเกลือ และน้ำตาลในปริมาณสูง หากบริโภคบ่อยๆ โดยเฉพาะนอกมื้ออาหารหลัก ก็จะเป็นสาเหตุทำให้เด็กทานอาหารมื้อหลักได้น้อย จึงได้รับสารอาหารไม่เพียงพอต่อการเจริญเติบโต อีกทั้งสัดส่วนของปริมาณไขมันเกลือและน้ำตาลที่มากเกินไปก็ยังจะส่งผลกระทบให้เกิดโรคอ้วนตามมาอีกด้วย ทั้งหมดนี้จึงเป็นเหตุผลสำคัญที่ผู้ปกครองควรตระหนักและใส่ใจต่อบุตรหลานของท่านให้มากขึ้น แล้วหันมาปลูกฝังนิสัยรักการกินผักและผลไม้แทนจะดีกว่า

 

เติมคอลลาเจนด้วยวิธีแสนง่าย

ลดอายุสร้างผิวสุขภาพดี ด้วยวิธีเสริมสร้างคอลลาเจน

ร่างกายคนเราเมื่ออายุเพิ่มขึ้น การทำงานของระบบต่าง ๆ ในร่างกายก็ไม่สามารถสร้างคอลลาเจนได้เต็มที่เหมือนเมื่อครั้งยังเด็ก ซึ่งกระบวนการ การสร้างคอลลาเจนจะค่อย ๆ ลดลงไปตามวัย ซึ่งคอลลาเจนมีประโยชน์มากมาย หลายประการ ตัวอย่างเช่น

  1. เพิ่มความยืดหยุ่นของผิว ลดริ้วรอยและแสดงออกถึงสุขภาพดี
  2. ผิวพรรณกระชับ เนียนใส เต่งตึง
  3. เป็นสารช่วยบำรุงข้อต่อ และกระดูก
  4. บำรุงเส้นผมหนังศรีษะ และเล็บ

ดังนั้นเราจึงควรหาวิธีการเติมคอลลาเจนให้ผิว ซึ่งมีอยู่ 2 วิธี ง่าย ๆ คือ

  1. การฉีดเข้าใต้ “ชั้นผิวหนังแท้” เพราะการคอลลาเจนเป็นโปรตีนที่มีโมเลกุลขนาดใหญ่ จึงไม่สามารถซึมผ่านผิวหนังได้ด้วยการทา ซึ่งครีมทาผิวต่าง ๆ ที่มีขายอยู่ตามท้องตลาดที่มีส่วนผสมของคอลลาเจนเป็นเพียงการเติมคอลลาเจนให้กับชั้นผิวหนังกำพร้าเท่านั้น เมื่อทาลงไปบนผิวจะทำให้ผิวหนังกำพร้ามีความชุ่มชื่น แต่ไม่สามารถที่จะแก้ไขปัญหาริ้วรอยได้อย่างแท้จริง เพราะฉะนั้นการเสริมสร้างคอลลาเจนระดับลึก แท้จริงนั้นจะต้องเข้าสู่ผิวหนังได้ด้วยการรับประทานและการฉีดเท่านั้น
  2. การรับประทาน เป็นวิธีที่สะดวกที่สุด ซึ่งอาหารที่เรารับประทานกันอยู่เป็นประจำถือเป็นการเติมคอลลาเจนให้กับผิวได้ โดยอาหารที่มีส่วนประกอบของคอลลาเจนหาได้จาก เนื้อหมู เนื้อไก่ ปลาทูและปลาทะเลน้ำลึก เพราะคอลลาเจนจะอยู่ในโปรตีนของเนื้อสัตว์เหล่านี้ อีกทั้งยังมีอยู่ในกระดูกอ่อน ของหมู และไก่ โดยสามารถนำไปทำอาหารได้หลายอย่าง เช่น ทำน้ำซุป ต้มแซ่บ ซึ่งจะเห็นว่าถ้าเราปล่อยให้น้ำซุปเหล่านี้เย็นลงจะเห็นน้ำซุปมีลักษณะคล้าย ๆ กับวุ้นนั่นคือคอลลาเจนที่อาจจะปะปนบ้างกับไขมันที่ลอยอยู่ด้านบน ถ้าใครไม่อยากอ้วนก็อาจจะตักไขมันส่วนนี้ทิ้งไปบ้างก็ได้ นอกจากนี้ คอลลาเจนจะพบได้ในเนื้อสัตว์ยังพบได้จาก ผัก และผลไม้ต่าง ๆ เช่น  แตงกวา เห็ด ขึ้นฉ่าย ถั่วเหลือง สาหร่ายทะเล  แอปเปิ้ล ส้มโอ แก้วมังกร เพียงแต่ คอลลาเจนที่ได้จากผักและผลไม้อาจจะน้อยกว่าคอลลาเจนที่ได้จากเนื้อสัตว์เท่านั้นเอง

การรับประทานคอลลาเจนไม่จำกัดเฉพาะแค่ผู้หญิงเท่านั้นเพราะผู้ชายควรได้รับคอลลาเจนเช่นกันเพราะ กิจกรรมในชีวิตประจำวันต่าง ๆ ของผู้ชายค่อนข้างทำงานอย่างหนัก เช่น การทำงานหรือการออกกำลังกลางแสงแดดจัด     การดื่มเครื่องดื่มแอลกอฮอล์  และการสูบบุหรี่ โดยกิจกรรมเหล่านี้เป็นตัวการทำลายผิว เพราะฉะนั้นผู้ชายจึงควรได้รับคอลลาเจนเช่นกัน

แนวทาง กินชะลอวัย

ใครอยาก สวยหล่อ หุ่นดี ไร้พุง หน้าตาผิวพรรณดูสดใสอ่อนเยาว์ ลองปรับพฤติกรรมการรับประทานอาหารตามวิธีดังนี้

  1. รับประทานอาหารให้ครบ 5 หมู่และออกกำลังกายสม่ำเสมอ ก่อนรับประทานอะไรควรคิดสักนิดเพราะยิ่งอายุเพิ่มขึ้นโรคภัยและไขมันมักจะตามมา ทำให้ร่างกายเสื่อมโทรมลงได้และเพื่อช่วยให้ร่างกายได้เผาผลาญไขมันที่รับประทานเข้าจึงควรออกกำลังกายอย่างน้อย 3-5 วันต่อสัปดาห์เพื่อเพิ่มความแข็งแรง และยังลดความอ้วนได้อีกด้วย
  2. เลือกรับประทานข้าวกล้องมากกว่าข้าวขาว เพราะในข้าวกล้องมีสารอาหารมากมาย เช่น
  • มีสารต่อต้านอนุมูลอิสระ
  • ใยอาหาร ช่วยให้ระบบขับถ่ายปกติ และป้องกันโรคมะเร็งลำไส้
  • โปรตีน ช่วยเสริมสร้าง ซ่อมแซมส่วนที่สึกหรอของร่างกาย
  • แป้ง เพราะแป้งในข้าวกล้องถือเป็นคาร์โบไฮเดรตเชิงซ้อน ที่มีการย่อยสลายช้าทำให้ระดับน้ำตาลในเลือดไม่สูงมาก และยังป้องกันโรคเบาหวานได้ ไม่ทำให้อ้วนเพราะให้พลังงานต่ำ
  • วิตามินและเกลือแร่ ในข้าวกล้องยังมีวิตามิน A,E,B1,B2 และอื่น ๆ อีกหลายชนิดและยังอุดมไปด้วยธาตุเหล็ก ซิลิเนียม แมกนีเซียมที่ช่วยป้องกันโรคหัวใจ และโพแทสเซียม ช่วยลดความดันโลหิตได้อีกด้วย
  1. ารรับประทานผักผลไม้เป็นประจำเป็นที่ทราบกันดีว่าผักผลไม้มีประโยชน์มากมายอย่างยิ่ง เพราะเป็นแหล่งวิตามินและแร่ธาตุชั้นดีหลายชนิด ซึ่งช่วยทำให้การทำงานของระบบย่อยและระบบการขับถ่ายทำงานได้ดีซึ่งผักผลไม้บางชนิดมีสารช่วยลดความเสี่ยงของการเกิดโรคต่าง ๆ ทั้งยังบำรุงผิวพรรณไม่ว่าจะเป็นการรับประทานหรือการนำมาพอกใบหน้าและลำตัว อีกทั้ง ผักผลไม้บางชนิดยังสามารถนำมาเป็นสมุนไพรเพื่อบำบัดหรือรักษาโรคบางชนิดได้อีกด้วย
  2. เลือกรับประทานปลา เพราะในเนื้อปลามีโปรตีนที่ย่อยง่ายและมีประโยชน์ต่อร่างกายโดยเฉพาะปลาทะเล นอกจากจะได้โปรตีนแล้ว ยังได้แร่ธาตุอย่างไอโอดีน ซึ่งมีบทบาทในการพัฒนาสมอง และป้องกันโรคคอพอกโดยเฉพาะในเด็ก สำหรับกลุ่มผู้สูงอายุจะเป็นการรับประทานเพื่อการย่อยง่าย
  3. ลดอาหารรสจัด เช่น เปรี้ยว หวาน เค็ม เผ็ด เป็นที่รู้กันดีว่าอะไรที่มากหรือน้อยเกินไปมักไม่ดีต่อสุขภาพร่างกายของเราฉะนั้นควรเลือกรับประทานอาหารรสชาติที่พอดี
  • อาหารรสเปรี้ยว ข้อดี ช่วยในการกระตุ้นตับและถุงน้ำดีให้ปล่อยน้ำย่อย การดูดซึมอาหารของร่างกาย เป็นยาระบายอ่อน ๆ ช่วยขับเสมหะ ส่วนข้อเสีย ทำให้ท้องเสีย ร้อนใน และทำให้แผลหายช้า
  • อาหารรสหวาน ข้อดี น้ำตาลจัดอยู่ในอาหารจำพวกคาร์โบไฮเดรตที่ให้พลังงานในทันทีที่รับประทาน ส่งผลให้รู้สึกสดชื่น กระปรี้กระเปร่า แก้อ่อนเพลีย และแก้กระหาย ข้อเสีย คือเมื่อรับประทานอาหารที่มีรสหวานมาก ๆ ส่งผลให้เกิดโรคเบาหวาน และโรคอ้วน
  • อาหารรสเค็ม ข้อดี โซเดียมเป็นส่วนประกอบของเกลือ ซึ่งมีหน้าที่ควบคุมสมดุลของเหลวในร่างกาย รักษาความดันโลหิตในระดับที่ปกติ แก้ท้องเฟ้อ ส่วนข้อเสีย หากโซเดียมจากเกลือมากกว่าปกติ ร่างกายจะขับออกทางปัสสาวะ ทำให้คอแห้ง ร้อนใน แสบคอ เกิดอาการบวมน้ำ ถึงขั้นภาวะขาดน้ำได้ ทำให้ความดันโลหิตสูง และหัวใจทำงานหนักขึ้น
  • อาหารรสเผ็ด ข้อดี ช่วยการทำงานของปอดและลำไส้ให้เป็นปกติ ขับเหงื่อและขับลมในกระเพาะอาหารและลำไส้ ช่วยการเผาผลาญอาหารให้มีประสิทธิภาพมากขึ้น ข้อเสีย ก่อให้เกิดการระคายเคืองในกระเพาะอาหาร โดยเฉพาะเครื่องแกงมักมีส่วนผสมของ ผงชูรส เกลือ กะปิ ซึ่งมีโซเดียมอยู่มาก เสี่ยงต่อการเป็นโรคไตและความดันโลหิตสูง
  1. งดเครื่องดื่มแอลกอฮอล์เหล้าหรือเครื่องดื่มที่ส่วนผสมของแอลกอฮอล์ มีฤทธิ์ไปทำลายระบบการทำงานหลาย ๆ ส่วนของร่างกาย เช่น สมองและตับ เมื่อดื่มเป็นติดต่อกันเป็นเวลานาน ทำให้เกิดหลาย ๆ โรคตามมา เช่น โรคตับ โรคเบาหวาน ประสาทหลอน ความดันโลหิตสูง ฯลฯ

น้ำส้มสายชูหมัก สารพัดประโยชน์

เชื่อว่าหลายท่านจะต้องมีน้ำส้มสายชูติดครัวกันอย่างแน่นอน และท่านรู้หรือไม่ว่า น้ำส้มสายชูนั้นนอกจากจะใช้สำหรับปรุงอาหารให้มีรสชาติน่ารับประทานแล้ว มันยังมีประโยชน์ที่แฝงไว้อีกมากมายจนคุณคาดไม่ถึงเลยละครับ และวันนี้ผมจะนำเอาเคล็ดไม่ลับเกี่ยวกับการนำเอาน้ำส้มสายชูมาใช้ให้เกิดประโยชน์สูงสุด จะใช้กับอะไร อย่างไร ได้รู้กัน

น้ำส้มสายชู หรือ Vinegar มีลักษณะเป็นของเหลว มีรสชาติเปรี้ยว มีประโยชน์มากในหลายๆ ด้าน และเป็นที่นิยมใช้กันในทุกครัวเรือน เรียกได้ว่า หากบ้านไหนไม่มีน้ำส้มสายชู ดูจะกลายเป็นเรื่องแปลก ทางด้านการผลิตนั้น โดยทั่วไปจะผลิตจากธัญพืช ผลไม้ หรือน้ำตาล ผ่านกรรมวิธีการหมักในถังหมักจนกลายร่างเป็นแอลกอฮอลล์ตามธรรมชาติ หลังจากนั้นทำการสกัดเอาแอลกอฮอลล์ออก กลายเป็นกรดน้ำส้ม (Acetic Acid) คุณสมบัติโดยทั่วไปของน้ำส้มสายชู คือ ช่วยต้านเชื้อรา แบคทีเรีย รวมทั้งเชื้อไวรัสบางชนิด ส่วนทางด้านประโยชน์ของน้ำส้มสายชูที่น่าสนใจมีดังนี้ครับ

  1. ใช้เป็นยาฆ่าเชื้อโรค ทำความสะอาดแผล ใครไม่เชื่อก็ต้องเชื่อแหละ นอกจากนั้น เจ้าน้ำส้มสายชู ยังถูกใช้เป็นสารกันบูดได้ด้วยนะเอ้า
  2. ช่วยชะลอความชราได้ เนื่องจากในน้ำส้มมีสารต้านอนุมูลอิสระ และที่ไม่น่าเชื่อเลยก็คือการใช้น้ำส้มเป็นยาชูกำลังได้ด้วย
  3. บรรเทาอาการไอ และ หวัด โดยการนำเอาน้ำส้มสายชูไปผสมกับน้ำผึ้งและน้ำดื่ม ดื่มเพื่บรรเทาอาการได้
  4. ใช้ในการป้องกันการติดเชื้อในระบบทางเดินปัสสาวะ
  5. ใช้สำหรับสาวๆ ที่ต้องการลดน้ำหนัก
  6. ช่วยในการขับถ่ายให้เป็นปกติ

เมื่อเรารู้ประโยชน์ของน้ำส้มสายชูที่มีมากมายแล้ว เราก็อย่าลืมนำความรู้ที่ได้ ไปใช้ให้เหมาะสมแต่ละโอกาสด้วยนะครับ

นอนดึก ตื่นสาย ตายผ่อนส่ง

หากคุณเป็นคนหนึ่งที่ชอบนอนดึกๆ และตื่นสาย ไม่ว่าจะด้วยเหตุผลใดก็ตาม คุณรู้หรือไม่ว่า คุณกำลังฆ่าตัวตายแบบผ่อนส่ง ธรรมชาติไม่ได้สร้างมนุษย์มาเพื่ออดหลับอดนอน สังเกตได้ว่าหากเรานอนดึกต่อเนื่องเป็นเวลานานๆ หลายวันติดต่อกัน จะรู้สึกว่าคิดช้า จะพูดอะไรแต่ละทีต้องนึกตั้งนาน อีกทั้งยังมีอาการหาวระหว่างวันให้เห็นอีก นับเป็นเรื่องที่ต้องใส่ใจไม่น้อยเลย

นอนดึก เวลาไหน ถึงเรียกว่าดึก? การนอนหลับพักผ่อนหลังเที่ยงคืนไปแล้วถือได้ว่าเป็นการนอนดึกครับ ส่วนเรื่องการตื่นสายนั้นเราจะถือว่าผู้ที่ตื่นหลังจาก 9 โมงเช้า เป็นคนตื่นสาย บางท่านเข้าใจผิด คิดว่าการนอนตื่นสายหลังจาก 9 โมงเช้า สามารถลดความอ้วนได้ (เนื่องจากไม่ได้รับประทานอาหารเช้านั่นเอง) ซึ่งเป็นความคิดที่ผิดอย่างมาก พฤติกรรมเช่นนี้ทำให้ร่างกายเสื่อมโทรมอย่างรวดเร็ว มีผลเสียอย่างมากต่อร่างกาย เพราะร่างกายของเราจำเป็นต้องใช้พลังงานในการดำเนินชีวิตในระหว่างวัน หากไม่ได้รับประทานอาหารมื้อเช้าแล้ว ทั้งสมอง และอวัยวะต่างๆ จะทำงานได้ไม่เต็มที่ ส่งผลเสียต่อร่างกายในระยะยาว ที่แย่ไปกว่านั้นคือการที่ร่างกายไม่ได้ขับถ่ายของเสีย (เพราะตื่นไม่ทัน) ทำให้สารพิษ เศษกากอาหารเก่า คั่งค้างในร่างกายเป็นเวลานาน ป่วยบ่อย ระบบการย่อยอาหารผิดปกติ มึนงง การตอบสนองต่อคำสั่งช้าลงอย่างเห็นได้ชัด บางคนถึงกับงีบหลับ สัปหงก เฉื่อยชา ไปเลยก็มี รู้อย่างนี้แล้วก็พยายามนอนให้เร็ว และตื่นเช้าจะดีที่สุดครับ เพื่อสุขภาพที่ดี จะได้อยู่กับเราไปนานๆ